ศธ. มอบโล่ครูดีไม่มีอบายมุข ‘หมอธี’ชี้ครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ย้ำทุกร.ร. ต้องปลอดเหล้า-บุหรี่

         เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ, เครือข่ายโรงเรียนคำพ่อสอน, เครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุข จัดการประชุมปฏิบัติการระดับชาติ "การจัดการศึกษา เพื่อป้องกันแก้ไข ปัญหาเหล้า บุหรี่ ด้วยคำพ่อสอน" ครั้งที่ 3 และมอบโล่ประกาศเกียรติคุณครูดีไม่มีอบายมุข (รุ่น 8) โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข (รุ่น 3) ประจำปีการศึกษา 2562 เนื่องในวันครูแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งปีมีครูได้รับโล่รางวัล 365 คน แบ่งเป็นประเภทครูดีไม่มีอบายมุข (รุ่นที่ 8) จำนวน 319 คน ได้แก่ ระดับบุคลากรเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 21 คน ระดับผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 83 คน ระดับครูผู้สอน จำนวน 215 คน และโล่ประกาศเกียรติคุณโรงเรียนดีไม่มีอบายมุข(รุ่นที่ 3) จำนวน 37 โรงเรียน โดยครูที่ร่วมกิจกรรมได้ร่วมกันตั้งปณิธานครูดีไม่มีอบายมุข โรงเรียนดีไม่มีอบายมุข 4 ภาคและประกาศเจตนารมณ์ ยื่นข้อเสนอให้เกิดการจัดการศึกษา เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ อบายมุขให้ประเทศ ต่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ประธานในพิธีด้วย
         นางจีรวรรณ คุ้มพร้อม สำลีพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ประธารครูไม่อบายมุข (รุ่นที่ 8) กล่าวว่า เครือข่ายครูดีไม่มีออบายมุข และโรงเรียนดีไม่มีอบายมุข 4 ภาค ได้มีการร่วมกันตั้งปณิธาน และร่วมกันหารือวิธีการแก้ไขปัญหา เพื่อเป็นข้อเสนอให้เกิดการจัดการศึกษา เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้า บุหรี่ อบายมุขให้ประเทศ ต่อรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ดังนี้ 1.กำหนดให้การปลอดเหล้า บุหรี่ อบายมุข เป็นคุณสมบัติสำหรับผู้เป็นครู 2.ผู้นำระดับสูง เป็นตัวอย่างและแบบอย่างที่ดีให้ครู และนักเรียนทั้งประเทศ 3.สนับสนุนโครงการครูดีไม่มีอบายมุขอย่างต่อเนื่องจริงจังและยั่งยืน เพื่อให้ครูดีไม่มีอบายมุข มีจำนวนมากขึ้น 5.พัฒนาหลักสูตรในการป้องกันแก้ไขปัญหาเหล้าบุหรี่ อบายมุข โดยวางรากฐานต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา 5.กำหนดให้เป็นเกณฑ์ ในการประเมินครูผู้ช่วย/ประเมินเลื่อนเงินเดือน และวิทยฐานะเป็นต้น และ 6.มอบทุนการศึกษาแก่บุตรครู/นักเรียน ที่พ่อแม่ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีอบายมุขเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ โดยเครือข่ายครูดีไม่มีอบายมุขทั่วประเทศ ยินดีให้ความร่วมมือและเป็นจิตอาสา ที่จะช่วยขับเคลื่อนข้อเสนอดังกล่าวให้เกิดได้จริง
         นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า ครูสอนเด็กให้ตรงเวลา และครูไม่เคยมาตรงเวลาก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเด็กเห็นตัวอย่างจากครูแล้ว ดังนั้นครูต้องเป็นตัวอย่างที่ดีกับเด็ก ตนดีใจที่วันนี้ ศธ.ได้ยกย่องครูที่ทำดี ไม่มีอะไรที่สอนมนุษย์ด้วยกันได้ดีเท่ากับการเป็นตัวอย่างที่ดี การติดเหล้าติดบุหรี่จบเริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กและวัยรุ่น ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก ฉะนั้นทุกโรงเรียนต้องปลอดเหล้าและบุหรี่ โดยทุกโรงเรียนต้องตระหนักว่าการไม่เจอสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง แต่อย่าประมาทความชั่วร้ายหรือกิเลสของเราเอง วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมอารมณ์ของตนคือไม่เข้าไปเจอสิ่งนั้นตั้งแต่ต้น “ศธ.ได้มุ่งขับเคลื่อนการเสริมสร้างคุณลักษณะนิสัยที่ดี การมีระเบียบวินัย การเป็นพลเมืองที่ดีให้แก่เด็ก สถานศึกษาปลอดเหล้า ปลอดบุหรี่ก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่ตนประกาศเป็นนโยบายและเรื่องนี้มีการกำหนดเป็นกฎหมายชัดเจน โดยเฉพาะผู้บริหารสถานศึกษาและครู จะต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนด้วย วันนี้จึงมาให้กำลังใจ และเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ ศธ. พยายามจะทำให้ครูมีคุณลักษณะนิสัย คุณธรรม ส่วนกลุ่มครูได้ยื่นข้อเสนอต่างๆ พบว่าหลายประเด็นเป็นเรื่องที่พึงกระทำ ทั้งการสร้างทัศนคติที่ดี การเป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะไปดูขับเคลื่อนต่อ” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
        ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัจจุบันเราพบปัญหาเยาวชนที่เป็นนักสูบ นักดื่มหน้าใหม่ ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งต้องอาศัยการทำงานของคุณครูเป็นผู้ดูแลในบ้านหลังที่ 2 เนื่องจากปัญหาเหล้า บุหรี่ เป็นปัญหาระดับชาติ ที่ต้องร่วมมือกัน แก้ไขอย่างจริงจัง เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เป็นประตูนำเยาวชนไปสู่สิ่งเสพติดที่ร้ายแรงขึ้น ซึ่งมีผลงานวิจัยรองรับ อย่างชัดเจน มิเช่นนั้นประเทศเรา จะสูญเสีย ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็น ทรัพยากรที่มีค่าของประเทศไปกับน้ำเมา นอกจากนั้นครูมีบทบาทสำคัญ ที่ทำให้ชุมชนรอบโรงเรียนปลอดภัยจากน้ำเมามากขึ้น เช่น ให้นักเรียนชวนพ่อแม่เลิกเหล้า ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าได้ผลดีที่สุด
ที่มา : ข่าวการศึกษา หนังสือพิมพ์มติชน
          https://www.matichon.co.th/education/news_1306988
 กระทรวงศึกษาธิการ

เว็บไซต์เสียงปฏิรูปประเทศ