facebook rss sitemap


ผู้บริหาร ศธภ.๑

 

 

 60-rakkana

 นางรักขณา ตัณฑวุฑโฒ

รองศึกษาธิการภาค ๑ รักษาการในตำแหน่ง

ศึกษาธิการภาค ๑

(ประวัติ)

 

ฐานข้อมูลสถิติพื้นฐาน

ประกาศ/จัดซื้อจัดจ้าง

 ประกาศ/จัดซื้อจัดจ้าง

 

ค้นหาข้อมูล ศธภ.๑

ประวัติความเป็นมา PDF Print E-mail
Written by Dr.kLaNg   
Saturday, 09 August 2014 22:22

 

วิวัฒนาการของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑

(ศธภ.๑)

******************************************

 

สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ (ศธภ.๑) มีจุดเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๒ โดยกระทรวงธรรมการได้แต่งตั้งข้าหลวงธรรมการมณฑลไปประจำครบทุกมณฑลและเรียก ชื่อใหม่ว่า "ธรรมการมณฑล" เพื่อทำหน้าที่ ตรวจสอบวางแผนการเล่าเรียนและทำรายงานประจำปียื่นต่อกรมศึกษาธิการ เช่นเดียวกับที่กรมศึกษาธิการให้ตั้งสารวัตรใหญ่การศึกษา ๑ สำหรับแต่ละมณฑลใหญ่ ตามโครงการศึกษาของชาติใน พ.ศ. ๒๔๔๑

 

.ศ. ๒๔๕๘ หลังจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งอาณาเขตตรวจการศึกษาหัวเมืองออกจากมณฑลกรุงเทพ โดยแบ่งออกเป็น ๔ ภาค ได้ตั้งตำแหน่ง "ข้าหลวงตรวจการประจำภาค" ภาคละ ๑ คน โดยให้ข้าหลวงตรวจการประจำภาค มีหน้าที่ตรวจราชการแผนกธรรมการ เพื่อดูแลการงานให้เป็นไปตามระเบียบ สิ่งใดควรเสนอต่อสมุหเทศาภิบาลก็ให้เสนอโดยตรง

 

.ศ. ๒๔๗๖ ได้มีการแต่งตั้งตำแหน่ง "ข้าหลวงตรวจการธรรมการ" ขึ้น ๙ ตำแหน่งให้ประจำอยู่จังหวัด อันเป็นที่ตั้งมณฑลเดิมเพื่อจะได้ตรวจตรางานอย่างใกล้ชิด

 

.ศ. ๒๔๗๙ ได้ประกาศแผนการศึกษาแห่งชาติใหม่ สำหรับโรงเรียนรัฐบาลในส่วนภูมิภาคจะคงมีเฉพาะธรรมการจังหวัดเป็นเจ้าหน้าที่คอยตรวจตรา แนะนำ ทั้งฝ่ายวิชาการและธุรการ สำหรับข้าหลวงตรวจการธรรมการ เป็นเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราดูแลกำกับอีกชั้นหนึ่ง

 

.ศ. ๒๔๘๔ กระทรวงธรรมการได้เปลี่ยนชื่อเป็น "กระทรวงศึกษาธิการ" มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการศึกษา การศาสนา และศิลปากร ได้มีการตั้ง "ข้าหลวงตรวจการศึกษาภาค" โดยได้กำหนดหน้าที่ของข้าหลวงตรวจการศึกษาภาคดังต่อไปนี้

๑. ข้าหลวงตรวจการศึกษาภาค เป็นผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในส่วนภูมิภาค ตรวจตราสอดส่องกิจการแผนกศึกษาธิการและความประพฤติของข้าราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือในกิจการแผนกศึกษาธิการ

๒. ประสานงานซึ่งต้องปฏิบัติร่วมกันระหว่างจังหวัดในภาคของตน ให้ดำเนินไปโดยเรียบร้อย

๓. เร่งรัดแก้ไขอุปสรรคการงาน และประสานสามัคคีระหว่างข้าราชการในจังหวัดหรือระหว่างจังหวัดในภาคของตน

๔. ให้ความร่วมมือกับข้าหลวงตรวจการภาคของ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เพื่อประโยชน์แห่งกิจการส่วนรวม

 

.ศ. ๒๔๙๕ รัฐบาลได้ปรับปรุงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินขึ้นใหม่ โดยประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๕ สำหรับการแต่งตั้งหัวหน้าส่วนราชการประจำภาค เดิมกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งข้าหลวงตรวจการศึกษาภาค ไปเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำภาค แต่ตำแหน่งไม่สอดคล้องกันกับผู้ว่าราชการภาค จึงได้ตราพระราชกฤษฎีกาจัดวางระเบียบบริหารราชการสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๙๕ เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๔๙๕ แบ่งภาคการศึกษา ตามภาคการปกครอง และได้กำหนดตำแหน่ง "ศึกษาธิการภาค" ขึ้นแทน

 

.ศ. ๒๕๐๐ ได้เปลี่ยนชื่อศึกษาธิการภาค เป็น "ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ" เพื่อให้เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ใหม่ และมีการกำหนดระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ โดยกำหนดสังกัดและอำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. สังกัดของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

๑.๑ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นข้าราชการส่วนกลาง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ 

๒. อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ

๒.๑ ตรวจและแนะนำชี้แจงราชการ อันเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ปฏิบัติราชการในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่นให้เป็นไปตามกฎหมาย นโยบาย ระเบียบแบบแผน คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยของคณะรัฐมนตรี สำนักคณะรัฐมนตรีและกระทรวงศึกษาธิการ

๒.๒ เสนอความเห็นหรือให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อราชการต่าง ๆ แก่กระทรวงศึกษาธิการหรือตามที่กระทรวงศึกษาธิการสั่งการ

๒.๓ ตรวจพิจารณา รายงานการตรวจราชการ และรายงานการประชุมของศึกษาธิการจังหวัดเพื่อได้หาทางแก้ไขปรับปรุง ส่งเสริมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้มีกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๓๐๐ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ ประกาศเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๔

 

.ศ. ๒๕๐๔ เปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็น "ผู้ตรวจการศึกษา"

 

.ศ. ๒๕๑๖ ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งท้องที่ของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการเปลี่ยนชื่อภาคศึกษาเป็น "เขตการศึกษา" มีจำนวน ๑๒ เขต ซึ่งมีลำดับชื่อเขตการศึกษาและจังหวัดภายในเช่นเดียวกับภาคศึกษา และเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง "ผู้ตรวจการศึกษา" เป็น “ศึกษาธิการเขต”

๑. เขตการศึกษา ๑ (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๒. เขตการศึกษา ๒

๓. เขตการศึกษา 

๔. เขตการศึกษา ๔

๕. เขตการศึกษา ๕

๖. เขตการศึกษา ๖ 

๗. เขตการศึกษา ๗

๘. เขตการศึกษา ๘

๙. เขตการศึกษา ๙

๑๐. เขตการศึกษา ๑๐ 

๑๑. เขตการศึกษา ๑๑

๑๒. เขตการศึกษา ๑๒ 

 

.ศ. ๒๕๒๐ ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งท้องที่กระทรวงศึกษาธิการออกเป็นเขตการศึกษา ๑-๑๒ และเพิ่มเขตการศึกษากรุงเทพมหานคร อีก ๑ เขต ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งท้องที่ของกระทรวงศึกษาธิการออกเป็นเขต เนื่องด้วยในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร มีประเภทและปริมาณโรงเรียนอยู่ในความรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก จึงสมควรแบ่งเขตรับผิดชอบในการปฏิบัติงานสำหรับกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นเป็น อีกเขตหนึ่งต่างหาก จากเขตการศึกษา ๑ ที่สังกัดเดิม

๑. เขตการศึกษา ๑ (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๒. เขตการศึกษา ๒

๓. เขตการศึกษา ๓

๔. เขตการศึกษา ๔

๕. เขตการศึกษา ๕

๖. เขตการศึกษา ๖ 

๗. เขตการศึกษา ๗

๘. เขตการศึกษา ๘

๙. เขตการศึกษา ๙

๑๐. เขตการศึกษา ๑๐ 

๑๑. เขตการศึกษา ๑๑

๑๒. เขตการศึกษา ๑๒

๑๓. เขตการศึกษา กรุงเทพมหานคร

 

.ศ. ๒๕๒๖ กระทรวงศึกษาธิการได้ออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยอำนาจหน้าที่และแนวปฏิบัติราชการของศึกษาธิการเขต โดยกำหนดให้ "ศึกษาธิการเขต" เป็นหัวหน้าบังคับบัญชาข้าราชการและลูกจ้าง สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงที่ปฏิบัติราชการ ณ "สำนักงานศึกษาธิการเขต" และเป็นผู้ควบคุมดูแลการปฏิบัติราชการของข้าราชการและลูกจ้างที่กรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมส่งไปประจำปฏิบัติในสำนักงานศึกษาธิการเขต

๑. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๑ (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๒. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๒

๓. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๓

๔. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๔

๕. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๕

๖. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๖ 

๗. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๗

๘. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๘

๙. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๙

๑๐. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๑๐ 

๑๑. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๑๑

๑๒. สำนักงานศึกษาธิการเขต ๑๒

๑๓. สำนักงานศึกษาธิการเขต กรุงเทพมหานคร

 

รวมทั้ง กำหนดอำนาจหน้าที่ภายในเขตการศึกษา ดังต่อไปนี้

๑. ปฏิบัติงานทางวิชาการเกี่ยวกับการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามนโยบายและคาสั่งของกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวคือ

๑.๑ ดำเนินการและรับผิดชอบ ในงานการสำรวจวิจัยและพัฒนาการศึกษา การศาสนา และวัฒนธรรม

๑.๒ ส่งเสริมการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียน เพื่อให้ได้ผลตามหลักสูตรและร่วมมือประสานงานกับจังหวัดและท้องถิ่นในการจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่น ศึกษา ติดตาม และประเมินผลมาตรฐานและคุณภาพการศึกษาเพื่อให้บังเกิดผลดี

๒. ตรวจนิเทศและติดตามผลการปฏิบัติงานในสังกัดและหน่วยงานในความควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับนโยบาย กฎหมาย คำสั่ง ข้อบังคับ ระเบียบแบบแผน รวมทั้งหลักการและวิธีการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและสถานศึกษา

๓. อบรมครูและเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาตามที่ได้รับมอบหมาย

๔. ประสานงานกับกรม จังหวัด ส่วนราชการ และสถานศึกษา ในการวางแผนและทำโครงการในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษา ศาสนา การวัฒนธรรม และงานอื่น ๆ ซึ่งเป็นงานในหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามนโยบายและเป้าหมาย

๕. ปฏิบัติงานตามโครงการและงานต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการและกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตามที่ได้รับมอบหมาย

๖. รายงานความเคลื่อนไหวหรือเหตุการณ์ทางการศึกษา การศาสนา การวัฒนธรรม ตลอดถึงโบราณสถาน โบราณวัตถุ ต่อกระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบทันท่วงทีเมื่อมีความจำเป็นจะต้องป้องกันหรือปรับปรุงแก้ไข

๗. ประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัด และในความควบคุมดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นในการแก้ไขปรับปรุงต่อกระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 

 

พ.ศ. ๒๕๓๕ "สำนักงานศึกษาธิการเขต" ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๑-๑๒" ตามพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ (ฉบับที่ ๒)

๑. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๑ (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๒. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๒

๓. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา 

๔. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๔

๕. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๕

๖. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๖ 

๗. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๗

๘. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๘

๙. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๙

๑๐. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๑๐ 

๑๑. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๑๑

๑๒. สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมเขตการศึกษา ๑๒

 

พร้อมทั้งได้มีการปรับปรุงอำนาจหน้าที่ใหม่ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับสภาพงานในขณะนั้น โดยกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๑. ปฏิบัติงานวิชาการด้านการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรม รวมทั้ง สนับสนุนการปฏิบัติงานทางวิชาการแก่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สำนักงานศึกษาธิการอำเภอ และหน่วยงานอื่น ๆ ในสังกัดกระทรวงในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนการดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการการศึกษา การศาสนา และการวัฒนธรรมของเขตการศึกษา

๒. พัฒนาระบบ รูปแบบ หลักสูตร และวิธีการจัดการศึกษา ตลอดจนติดตามผลการใช้หลักสูตร สื่อการเรียนการสอน นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ รวมทั้งการส่งเสริมและควบคุมมาตรฐานคุณภาพการศึกษา

๓. นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานทางวิชาการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและแผนงานของกระทรวง

๔. ประสานและดำเนินการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรของกระทรวง ภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

๕. ปฏิบัติงานร่วมมือกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย 

 

.ศ. ๒๕๔๒ กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

 

.ศ. ๒๕๔๕ กระทรวงศึกษาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๒)

 

.ศ. ๒๕๔๖ ได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้กรมต่าง ๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ จาก ๑๔ กรม ได้ถูกปรับเหลือเพียงหน่วยงานหลัก ๕ หน่วยงาน คือ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการแบ่งส่วนราชการภายใน ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญของงานการตรวจราชการ ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังนั้น จึงได้ประกาศจัดตั้งหน่วยงานภายในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการขึ้น โดยจัดตั้งให้ "สำนักพัฒนาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เขตการศึกษา" (เดิม) เป็น "สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ให้เป็นหน่วยงานภายในมีฐานะเทียบเท่าสำนักในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

๑. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑ (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๒. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๒ 

๓. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๓ 

๔. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๔

๕. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๕

๖. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๖

๗. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๗

๘. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๘

๙. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๙ 

๑๐. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๐

๑๑. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๑

๑๒. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๒

๑๓. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ กรุงเทพมหานคร 

 

มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๑. ศึกษา วิเคราะห์ ข้อมูล สารสนเทศ เพื่อสนับสนุนการตรวจราชการ

๒. ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนการตรวจราชการ นิเทศ ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการปฏิบัติราชการตามนโยบายและแผนการติดตาม และประเมินผลของกระทรวง

๓. วิจัยและพัฒนาระบบและประสานเครือข่ายการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลของกระทรวงศึกษาธิการ

๔. ปฏิบัติการร่วมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือที่ได้รับมอบหมาย

 

.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการปรับเปลี่ยนเขตตรวจราชการใหม่ ให้สอดคล้องกับเขตตรวจราชการของสำนักนายกรัฐมนตรีและเขตตรวจราชการกระทรวง อื่น ๆ กระทรวงศึกษาธิการ จึงยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การจัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ และประกาศจัดตั้ง "สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ โดยให้สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ มีหน้าที่เช่นเดิม

๑. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑ (เชียงใหม่)

๒. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๒ (พิษณุโลก) 

๓. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๓ (ลพบุรี) 

๔. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๔ (ปทุมธานี) (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๕. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๕ (ชลบุรี) 

๖. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๖ (ราชบุรี) 

๗. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๗ (อุดรธานี) 

๘. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๘ (นครราชสีมา)

๙. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๙ (อุบลราชธานี) 

๑๐. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๐ (ภูเก็ต) 

๑๑. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๑ (สงขลา)

๑๒. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑๒ (ยะลา)

๑๓. สำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ กรุงเทพมหานคร 

 

.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงศึกษาธิการได้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการ ประจำเขตตรวจราชการ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ และประกาศจัดตั้ง "สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยให้สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร มีหน้าที่เช่นเดิม

๑. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑ (เชียงใหม่) 

๒. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๒ (พิษณุโลก)  

๓. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๓ (ลพบุรี)  

๔. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๔ (ปทุมธานี) (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน) 

๕. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๕ (ชลบุรี)  

๖. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๖ (ราชบุรี)  

๗. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๗ (อุดรธานี)  

๘. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๘ (นครราชสีมา) 

๙. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๙ (อุบลราชธานี) 

๑๐. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๐ (ภูเก็ต)  

๑๑. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๑ (สงขลา) 

๑๒. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๒ (ยะลา) 

๑๓. สำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กรุงเทพมหานคร 

 

ต่อมาในปีเดียวกันนั้น (พ.ศ. ๒๕๕๑) กระทรวงศึกษาธิการก็ได้ประกาศจัดตั้ง "สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑-๑๒ และ กรุงเทพมหานคร" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑-๑๒ และกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ .๒๕๕๑ โดยยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการที่ ๑-๑๒ และ กรุงเทพมหานคร ฉบับลงวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการให้เกิดการขับเคลื่อน เชื่อมโยงนโยบาย และยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติระดับกลุ่มจังหวัด โดยการนำยุทธศาสตร์และการบูรณาการการจัดการศึกษาไปสู่การปฏิบัติอย่างเหมาะ สม ตามบริบทของสังคม เศรษฐกิจ ประเพณี และวัฒนธรรม ทั้งนี้ โดยได้กำหนดให้สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑-๑๒ และ กรุงเทพมหานคร เป็นหน่วยงานภายในมีฐานะเทียบเท่าสำนักในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

๑. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑ (เชียงใหม่)

๒. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๒ (พิษณุโลก) 

๓. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๓ (ลพบุรี) 

๔. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๔ (ปทุมธานี) (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๕. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๕ (ชลบุรี) 

๖. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๖ (ราชบุรี) 

๗. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๗ (อุดรธานี) 

๘. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๘ (นครราชสีมา)

. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๙ (อุบลราชธานี) 

๑๐. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑๐ (ภูเก็ต) 

๑๑. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑๑ (สงขลา)

๑๒. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑๒ (ยะลา)

๑๓. สำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษา กรุงเทพมหานคร  

 

มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๑. ขับเคลื่อน เชื่อมโยง นโยบาย และยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการไปสู่การปฏิบัติระดับกลุ่มจังหวัด

๒. จัดทำ ประสาน และบูรณาการแผนยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดให้เกิดการเสริมพลังและการใช้ทรัพยากรร่วมกัน

๓. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และติดตามประเมินผล เพื่อจัดทาข้อเสนอแนะในการเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพการดาเนินงาน ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ

๔. เป็นเครือข่ายตามพันธกิจของหน่วยงานในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการตามที่ได้รับมอบหมาย

๕. เป็นผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับกลุ่มจังหวัด ในการปฏิบัติภารกิจการพัฒนาตามที่ได้รับมอบหมาย

๖. ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

 

.ศ. ๒๕๕๕ กระทรวงศึกษาธิการได้ยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักบริหารยุทธศาสตร์และบูรณาการการศึกษาที่ ๑–๑๒ และ กรุงเทพมหานคร ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และประกาศจัดตั้ง "สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ (ศธภ. ๑-๑๓)" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นหน่วยงานภายในที่มีฐานะเทียบเท่าสำนัก สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

๑. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ (เชียงใหม่)

๒. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ (พิษณุโลก) 

๓. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๓ (ลพบุรี) 

๔. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ (ปทุมธานี) (ศธภ. ๑ ในปัจจุบัน)

๕. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๕ (ชลบุรี) 

๖. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๖ (ราชบุรี) 

๗. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๗ (อุดรธานี) 

๘. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ (นครราชสีมา)

. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๙ (อุบลราชธานี) 

๑๐. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๐ (ภูเก็ต) 

๑๑. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๑ (สงขลา)

๑๒. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ (ยะลา)

๑๓. สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๓ (กรุงเทพมหานคร)  

 

มีภารกิจ อำนาจหน้าที่ ดังนี้

๑. ด้านภารกิจ

สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ มีภารกิจเกี่ยวกับการเป็นหน่วยงานกลางในการส่งเสริม สนับสนุน อำนวยการ และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่กลุ่มจังหวัด จังหวัด และเขตตรวจราชการ

๒. ด้านอำนาจหน้าที่

๒.๑ จัดทำยุทธศาสตร์ แผนงาน โครงการและงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงและบริบทของพื้นที่

๒.๒ ติดตามและประเมินผลการดาเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวง

๒.๓ จัดทำและพัฒนาข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา

๒.๔ ดำเนินการเกี่ยวกับงานวิชาการในการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษา

๒.๕ ศึกษา วิเคราะห์ สภาวการณ์ทางการศึกษาตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวง

๒.๖ ดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมทางการศึกษา และส่งเสริมการประสานกิจกรรมทางการศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและการกีฬาเพื่อการศึกษา

๒.๗ ดำเนินการในฐานะเป็นหน่วยฝึกอบรมและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา

๒.๘ เป็นผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในระดับกลุ่มจังหวัด

๒.๙ ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย 

 

         พ.ศ. ๒๕๕๙ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเอกภาพ และสามารถประสานเชื่อมโยงและบูรณาการภารกิจในเรื่องการศึกษาของประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้สอดรับกับแนวทางการบริหารงานโดยประชารัฐ เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปการศึกษาอันจะส่งผลในการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้ 

         ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

                  (๑) ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕

                  (๒) คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๖๙๓/๒๕๕๕ เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๕

                  (๓) คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ ๑๖๙๔/๒๕๕๕ เรื่อง มอบหมายให้ข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๕

                  (๔) บรรดาคำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานศึกษาธิการภาคที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ


        ข้อ ๒ ให้มีสำนักงานศึกษาธิการภาค จำนวนสิบแปดภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงศึกษาธิการ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ทำ หน้าที่ขับเคลื่อนการศึกษาในระดับภาคและจังหวัดโดยการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือและบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ และให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                  (๑) กำหนดยุทธศาสตร์และบทบาทการพัฒนาภาคต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศ นโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ และยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมทั้งการพัฒนาด้านอื่น ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ ตามศักยภาพและโอกาสของบุคคลและชุมชนในแต่ละพื้นที่

                  (๒) สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนา

                  (๓) กำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบ

                  (๔) สนับสนุนการตรวจราชการ และติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่รับผิดชอบ

                  (๕) ประสานการบริหารงานระหว่างราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการในระดับพื้นที่ของหลายจังหวัด โดยยึดการมีส่วนร่วมและประโยชน์สุขของประชาชนเป็นหลัก

                  (๖) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย

 

         ข้อ ๓ ให้มีศึกษาธิการภาค เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ในสำนักงานศึกษาธิการภาค ขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยอาจให้มีรองศึกษาธิการภาค จำนวนไม่เกินหนึ่งคนเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการภาค
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งศึกษาธิการภาคและรองศึกษาธิการภาคจากข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการตามที่ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเสนอ

 

         ข้อ ๔ ในแต่ละจังหวัด ให้มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อปฏิบัติภารกิจของกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวกับการบริหารและการจัดการศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด การปฏิบัติราชการตามอำนาจหน้าที่ นโยบาย และยุทธศาสตร์ของส่วนราชการต่าง ๆ ที่มอบหมาย และให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

                  (๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และการปฏิบัติงานราชการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และตามที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมอบหมาย

                  (๒) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานด้านวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการในระดับจังหวัด

                  (๓) สั่งการ กำกับ เร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด ให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

                  (๔) จัดทำกรอบการประเมินผลการปฏิบัติงาน และกำหนดตัวชี้วัดการดำเนินงานในลักษณะตัวชี้วัดร่วมของส่วนราชการหรือหน่วยงาน และสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการในจังหวัด

                  (๕) ปฏิบัติภารกิจตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับราชการประจำทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการ และประสานงานต่าง ๆ ในระดับจังหวัด

          ข้อ ๕ ให้มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศึกษาธิการภาค โดยอาจให้มีรองศึกษาธิการจังหวัด จำนวนไม่เกินหนึ่งคนเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการจังหวัด
ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัดและรองศึกษาธิการจังหวัดจากข้าราชการในกระทรวงศึกษาธิการ

 

          ข้อ ๖ ให้โอนอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เฉพาะงานที่เกี่ยวกับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปเป็นอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด

 

          ข้อ ๗ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาคที่จัดตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาคตามข้อ ๒ ทั้งนี้ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประกาศกำหนด

 

          ข้อ ๘ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต ๑ ในจังหวัดต่าง ๆ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในจังหวัดนั้น ๆ ไปพลางก่อน แล้วแต่กรณี

 

          ข้อ ๙ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

          ข้อ ๑๐ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

 

           พ.ศ. ๒๕๕๙ กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดตั้ง "สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๘" ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙ เพื่อให้การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามข้อ ๒ และ ข้อ ๗ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๑/๒๕๕๙ เรื่อง การบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงประกาศให้ตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ (ศธภ.๑ ในปัจจุบัน) ตั้งอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดสระบุรี

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ และ ภาค ๑๓ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ ตามวรรคหนึ่ง

          ให้สำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ ตั้งอยู่ที่จังหวัดลพบุรี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชัยนาท จังหวัดลพบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๓ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๓ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๓ ตั้งอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสระแก้ว

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๓ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

          ข้อ ๔ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ ตั้งอยู่ที่จังหวัดราชบุรี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดสุพรรณบุรี

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๖ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๔ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๕ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๕ ตั้งอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๑๐ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๕ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

          ข้อ ๖ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๖ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๑ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๖ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๖ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๗ ตั้งอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดระนอง

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๐ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๗ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๗ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๘ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ ตั้งอยู่ที่จังหวัดยะลา รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๙ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๙ ตั้งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด และจังหวัดระยอง

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๕ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๙ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๙ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๑๐ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๐ ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๗ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๐ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๐ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๑๑ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๑ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสกลนคร รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร และจังหวัดสกลนคร

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๓ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๑ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

          ข้อ ๑๒ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ ตั้งอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดร้อยเอ็ด

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๕ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๒ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

          ข้อ ๑๓ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๓ ตั้งอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๙ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๓ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๓ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๑๔ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๔ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๘ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๔ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๔ ตามประกาศนี้

 

 

          ข้อ ๑๕ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๕ ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน

 

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๕ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๕ ตามประกาศนี้

 

           ข้อ ๑๖ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๖ ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงราย รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา และจังหวัดแพร่

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๖ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๖ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

          ข้อ ๑๗ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๗ ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย และจังหวัดอุตรดิตถ์

          ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๒ ที่ตั้งขึ้นตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง จัดตั้งสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑-๑๓ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๕ ไปเป็นของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๗ และเป็นที่ตั้งของสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๗ ตามประกาศนี้

 

          ข้อ ๑๘ สำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๘ ตั้งอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร รับผิดชอบดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุทัยธานี

          ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๔๑ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานศึกษาธิการภาค ๑๘ ตามวรรคหนึ่งไปพลางก่อน

 

 

********************************* 

 

ข้อมูล ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๙ 

 

12moe

policyPrayut

reform-moe

asean moe

1to1

utq

stu chanel

neis-moe


Copyright (C) 2014 Regional Education Office 1, All rights reserved. Designed by Dr.kLaNg

Best display on screen size : 1024 x 768 pixel [IE7 Up, FIREFOX, CHROME]

สำนักงานศึกษาธิการภาค 1 สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
เลขที่ 9 ถนนเทศปทุม ตำบลบางปรอก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 12000
โทรศัพท์ 0 2581 1391 โทรสาร 0 2581 1395 อีเมล phatsikar@gmail.com
เว็บไซต์ www.reo1.moe.go.th เฟซบุ๊ก : www.facebook.com/reo1pte